Home Story ชอบกล้องฟิล์ม Leica M-A รึเปล่า ผมมีข้อมูลเบื้องต้นมาฝาก

ชอบกล้องฟิล์ม Leica M-A รึเปล่า ผมมีข้อมูลเบื้องต้นมาฝาก

1 min read
0
3
1,512

Leica M-A อาจจะไม่ใช่กล้องใหม่ที่เพิ่งจะวางจำหน่าย แต่ไหนๆผมก็ใช้กล้องรุ่นนี้อยู่ก็อยากจะเขียนเก็บไว้บนเว็บสักนิด เผื่อใครที่กำลังสนใจรุ่นนี้อาจจะใช้เป็นข้อมูลประกอบได้

ถ้าพูดถึงกล้องฟิล์ม Leica แล้ว จะว่าไปมีให้เลือกอยู่หลายรุ่นมากๆและแต่ละรุ่นก็มีเสน่ห์ในตัวเอง เช่น ถ้าเราชอบกล้องฟิล์มที่มีวัดแสง Leica M6 หรือ Leica M6 TTL ก็เป็นรุ่นที่ดีมากและราคาไม่แพง หรือถ้าอยากได้รุ่นที่คลาสสิคและไม่สนใจเรื่องวัดแสงในตัวกล้องรุ่น Leica M3 และ Leica M2 ก็เป็นอะไรที่น่าใช้งาน  แล้วถ้าพูดถึง Leica M-A ละ มีเรื่องอะไรที่น่าสนใจบ้าง

  1. Leica M-A เป็นกล้องฟิล์มที่ไม่มีวัดแสงนะครับ ดังนั้นถ้าอยากได้กล้องฟิล์ม Leica ที่มีวัดแสงในตัวก็คงจะต้องเป็นรุ่น Leica M6 , Leica M6 TTL , Leica M7 , Leica MP
  2. เฟรมไลน์ของกล้องรุ่นนี้จะมาเป็นคู่ 28/90, 35/135, 50/75 ดังนั้นเวลาเราใส่เลนส์ลงไปเราจะเห็นกรอบ 2 เส้นเสมอ โดยกรอบนอกจะเป็นของเลขตัวแรก และกรอบในจะเป็นของเลขตัวที่สอง เช่น ถ้าเราใส่เลนส์ระยะ 50 ในช่องมองภาพเราก็จะเห็นเฟรมไลน์ของเลนส์ 50/75 นั่นเอง สำหรับเฟรม์ไลนนี้ในกล้องฟิล์ม  Leica M4-P , Leica M6 , Leica M6 TTL  , Leica M7 , Leica MP ก็จะเป็นแบบเดียวกัน ส่วนกล้องบางรุ่นที่มีกำลังขยายให้เลือกหลายแบบ ก็อาจจะมองเห็นขนาดช่องของเฟรมไลน์แตกต่างกันได้เช่นกัน ตัวอย่างก็ตามภาพนะครับส่วนกล้องฟิล์มรุ่นอื่นอย่าง Leica M3 , Leica M2 , Leica M4 และ Leica M5 ก็จะมีเฟรม์ไลนที่แตกต่างกันออกไป บางรุ่นก็มีแค่เฟรมไลนระยะเดียวเท่านั้น บางรุ่นก็มีทั้งเฟรมไลน์ระยะเดียวและเป็นคู่Leica M-A
  3. ตอนที่เขียนอยู่นี้มีกำลังขยายแบบ 0.72x เท่านั้น และจะมีระยะโฟกัสตั้งแต่ 0.7  เมตร ไปจนถึง infinity (บางเลนส์อาจจะได้ใกล้กว่านี้ถ้ามี close focus goggles )
  4. กล้องรุ่นนี้ไม่มีวัดแสง ดังนั้นไม่จำเป็นต้องใช้แบตเตอรี่ การทำงานทั้งหมดจะเป็นแมคคานิคล้วนๆเลย สำหรับในส่วนของด้านหลังกล้องที่เราเห็นมีให้ตั้งค่า ISO ส่วนนี้มีไว้เพื่อเตือนเราว่าใส่ฟิล์ม ISO เท่าใหร่เท่านั้น
  5. กล้องรองรับการใช้แฟลช มีชัตเตอร์สปีดตั้งแต่ 1s – 1/1,000s มีโหมด B แต่ถ้าใช้แฟลชสปีดจะอยู่ที่ 1/50s เท่านั้น
  6. ตัวกล้องจะมีให้เลือก 2 สี ระหว่าง Silver Chrome และ Black Chrome น้ำหนักอยู่ที่ 578 กรัม วัสดุที่ใช้ทำในส่วนของเพลทด้านบนและฐานเป็นทองเหลือง วางจำหน่ายเมื่อปี 2014 และปัจจุบันยังผลิตอยู่นะครับ

* สี่เหลี่ยมบนกล้องในภาพคือตัววัดแสงนะครับ ผมมีรีวิวแกะกล่องด้วยนะเผื่อใครยังไม่ได้อ่าน รีวิว แกะกล่อง Keks EM-01

 

 

Facebook Comments

Load More Related Articles
Load More By IamFox22
Load More In Story

Check Also

รีวิวเคสหนัง TP กล้องฟิล์ม Minolta TC1

ไหนๆก็ใช้งานกล้องแล้วก็อยากจะหาเคสให้เจ้า Minolta Tc1 สักหน่อย วันก่อนผมเจอแบรนด์ TP ก็เลย…