Home Review ชอบกล้องฟิล์ม Leica M-A รึเปล่า ผมมีข้อมูลเบื้องต้นมาฝาก

ชอบกล้องฟิล์ม Leica M-A รึเปล่า ผมมีข้อมูลเบื้องต้นมาฝาก

1 min read
0
8
3,982

Leica M-A อาจจะไม่ใช่กล้องใหม่ที่เพิ่งจะวางจำหน่าย แต่ไหนๆผมก็ใช้กล้องรุ่นนี้อยู่ก็อยากจะเขียนเก็บไว้บนเว็บสักนิด เผื่อใครที่กำลังสนใจรุ่นนี้อาจจะใช้เป็นข้อมูลประกอบได้

ถ้าพูดถึงกล้องฟิล์ม Leica แล้ว จะว่าไปมีให้เลือกอยู่หลายรุ่นมากๆและแต่ละรุ่นก็มีเสน่ห์ในตัวเอง เช่น ถ้าเราชอบกล้องฟิล์มที่มีวัดแสง Leica M6 หรือ Leica M6 TTL ก็เป็นรุ่นที่ดีมากและราคาไม่แพง หรือถ้าอยากได้รุ่นที่คลาสสิคและไม่สนใจเรื่องวัดแสงในตัวกล้องรุ่น Leica M3 และ Leica M2 ก็เป็นอะไรที่น่าใช้งาน  แล้วถ้าพูดถึง Leica M-A ละ มีเรื่องอะไรที่น่าสนใจบ้าง

  1. Leica M-A เป็นกล้องฟิล์มที่ไม่มีวัดแสงนะครับ ดังนั้นถ้าอยากได้กล้องฟิล์ม Leica ที่มีวัดแสงในตัวก็คงจะต้องเป็นรุ่น Leica M6 , Leica M6 TTL , Leica M7 , Leica MP
  2. เฟรมไลน์ของกล้องรุ่นนี้จะมาเป็นคู่ 28/90, 35/135, 50/75 ดังนั้นเวลาเราใส่เลนส์ลงไปเราจะเห็นกรอบ 2 เส้นเสมอ โดยกรอบนอกจะเป็นของเลขตัวแรก และกรอบในจะเป็นของเลขตัวที่สอง เช่น ถ้าเราใส่เลนส์ระยะ 50 ในช่องมองภาพเราก็จะเห็นเฟรมไลน์ของเลนส์ 50/75 นั่นเอง สำหรับเฟรม์ไลนนี้ในกล้องฟิล์ม  Leica M4-P , Leica M6 , Leica M6 TTL  , Leica M7 , Leica MP ก็จะเป็นแบบเดียวกัน ส่วนกล้องบางรุ่นที่มีกำลังขยายให้เลือกหลายแบบ ก็อาจจะมองเห็นขนาดช่องของเฟรมไลน์แตกต่างกันได้เช่นกัน ตัวอย่างก็ตามภาพนะครับส่วนกล้องฟิล์มรุ่นอื่นอย่าง Leica M3 , Leica M2 , Leica M4 และ Leica M5 ก็จะมีเฟรม์ไลนที่แตกต่างกันออกไป บางรุ่นก็มีแค่เฟรมไลนระยะเดียวเท่านั้น บางรุ่นก็มีทั้งเฟรมไลน์ระยะเดียวและเป็นคู่Leica M-A
  3. ตอนที่เขียนอยู่นี้มีกำลังขยายแบบ 0.72x เท่านั้น และจะมีระยะโฟกัสตั้งแต่ 0.7  เมตร ไปจนถึง infinity (บางเลนส์อาจจะได้ใกล้กว่านี้ถ้ามี close focus goggles )
  4. กล้องรุ่นนี้ไม่มีวัดแสง ดังนั้นไม่จำเป็นต้องใช้แบตเตอรี่ การทำงานทั้งหมดจะเป็นแมคคานิคล้วนๆเลย สำหรับในส่วนของด้านหลังกล้องที่เราเห็นมีให้ตั้งค่า ISO ส่วนนี้มีไว้เพื่อเตือนเราว่าใส่ฟิล์ม ISO เท่าใหร่เท่านั้น
  5. กล้องรองรับการใช้แฟลช มีชัตเตอร์สปีดตั้งแต่ 1s – 1/1,000s มีโหมด B แต่ถ้าใช้แฟลชสปีดจะอยู่ที่ 1/50s เท่านั้น
  6. ตัวกล้องจะมีให้เลือก 2 สี ระหว่าง Silver Chrome และ Black Chrome น้ำหนักอยู่ที่ 578 กรัม วัสดุที่ใช้ทำในส่วนของเพลทด้านบนและฐานเป็นทองเหลือง วางจำหน่ายเมื่อปี 2014 และปัจจุบันยังผลิตอยู่นะครับ

* สี่เหลี่ยมบนกล้องในภาพคือตัววัดแสงนะครับ ผมมีรีวิวแกะกล่องด้วยนะเผื่อใครยังไม่ได้อ่าน รีวิว แกะกล่อง Keks EM-01

 

 

Facebook Comments

Load More Related Articles
Load More By admin
Load More In Review

Check Also

Light Lens Lab 8E เลนส์ขาประจำกล้องช่วงนี้ของผม

Light Lens Lab 8E เป็นเลนส์จากจีนที่เค้าว่าใกล้เคียงกับเลนส์ Leica 35 Summicron 8e มากๆ ด้…