Home Review รีวิว แกะกล่อง Keks EM-01 เครื่องวัดแสงหน้าจอ Oled Display

รีวิว แกะกล่อง Keks EM-01 เครื่องวัดแสงหน้าจอ Oled Display

1 min read
0
0
1,536

และแล้วเจ้า Keks EM-01 เครื่องวัดแสงที่สั่งก็ส่งมาถึงแล้ว ไหนๆของมาถึงแล้วเดี่ยววันนี้ผมจะมาเขียนรีวิวแกะกล่องให้อ่านกันว่าได้อะไรมาบ้างในกล่องจริงๆ หลังติดตั้งบนกล้องแล้วหน้าตาดูดีรึเปล่า

Keks EM-01

สำหรับใครที่ยังไม่ได้อ่านบล้อกก่อนหน้าก็อาจจะไม่รู้ราคา สำหรับเครื่องวัดแสงตัวนี้ราคาอยู่ที่  100 USD + ค่าส่งอีก 30 USD มีให้เลือกทั้งหมด 2 สีได้แก่ สีเงินและสีดำ และแน่นอนว่าเมื่อถึงไทยจะเจอภาษีอีก 626.59 บาท สำหรับการส่งระหว่างประเทศทางเว็บส่งผ่าน DHL มาให้โดยเราไม่สามารถเลือกอะไรตรงนี้ได้

สำหรับพัสดุที่ส่งมาให้มาในซองกระดาษหนาๆของ DHL ไม่ได้ใส่ของแล้วส่งเป็นกล่องแบบสี่เหลี่ยมมาให้เรา หลังจากแกะของออกมาเราจะเจอกล่องสีดำ ที่ระบุสีของเราและมีเจ้า Keks EM-01 อยู่ด้านใน

เปิดฝากล่องออกมาเราจะเจอเหมือนกระดาศคู่มือเล็กๆที่บนฝากล่อง และอีกฝั่งจะมีเหมือนฟองน้ำปิดอุปกรณ์เอาไว้หลังจากเราแกะฟองน้ำออกเราจะเจออุปกรณ์ทั้งหมด ซึ่งประกอบไปด้วย ตัววัดแสง  1 ชิ้น , สาย usb c เอาไว้ชาร์ตแบต และสุดท้ายเพลท 3 อัน ซึ่งเพลทนี้เอาไว้เสียบเข้ากับตัววัดแสงและนำไปเสียบตรง Hot Shoe ของกล้อง

อ้อลืมไปเค้ามีแถมที่ขันน็อตมาให้เราด้วยนะครับ เอาไว้ขยับตำแหน่งของเพลทเพราะบางครั้งมันอาจจะไปบังการใช้งาน เช่นกล้อง Leica เราอาจจะต้องขยับตำแหน่งให้เครื่องวัดแสงไปอยู่ทางฝั่งซ้ายซึ่งตำแหน่งเดิมจากโรงงานจะตั้งเพลงเอาไว้ตรงกลางทำให้เวลาเสียบเข้าไปบน Hot Shoe มันไปบังก้านขึ้นฟิล์ม

การติดตั้งก็ไม่มีอะไรมากเพียงแค่เรานำเครื่องวัดแสงไปเสียบตรง Hot Shoe ของกล้องก็พร้อมใช้งานแล้วนะครับ จากภาพเราจะมองเห็นได้ว่าตัววัดแสงไม่ได้แนบไปกับตัวกล้องทำให้เวลาใช้งานหรือเวลาถอดเข้าออกมันไม่ได้ไปขูดให้ตัวกล้องเป็นรอย กล้องของผมเป็นสีเงิน ผมก็เลยสั่งที่วัดแสงสีเงินมาใช้คู่กัน จะว่าไปก็ดูสวยเข้ากันดี

สเป็คคร่าวๆในการตั้งค่า

  •  ISO:50-8000
  • APERTURE:F1.0-F64
  • SHUTTER SPEED:30s-1/6400s

ปุ่มใช้งานหลักๆมีเพียงไม่กี่ปุ่ม สำหรับตำแหน่งด้านบนจะมีลูกศรขึ้นลงทั้งสองฝั่ง สำหรับฝั่งซ้ายเอาไว้ปรับค่า F และส่วนด้านขวาเอาไว้ปรับค่า Shutter Speed นั่นเอง ส่วนการวัดแสงเราจะต้องทำการกดปุ่มข้างๆหน้าจอ Display ค้างเอาไว้ แล้วตัววัดแสงก็จะทำการวัดแสงให้เราทันที ต้องกดค้างนะครับอย่าลืม เพราะกดครั้งเดียวเป็นการปลุกหน้าจอขึ้นมาเท่านั้น การวัดแสงจะเป็นการวัดแสงเฉลี่ยแบบสะท้อน 30 องศา ประมาณมุมองของเลนส์ 80 mm

ทุกครั้งที่เรากดเปิดหน้าจอขึ้นมาแล้วทำการวัดแสง หน้าจอจะถูกเปิดเอาไว้ประมาณ 10 วินาทีแล้วจะทำการดับหน้าจอลงอัติโนมัติ ซึ่งก็ถือว่าเป็นเวลาที่เหมาะสมนะครับไม่ได้เร็วเกินไป อีกอย่างสำหรับคนที่ใช้ค่าวัดแสงแบบ EV ในตัววัดแสงก็จะมีบอกให้เราทราบด้วยนะครับ แต่น่าเสียดายที่ไม่มีบอกปริมาณแบตเตอรี่คงเหลือ อ้าวแล้วเราจะรู้ได้ยังไงว่าแบตหมด หากแบตหมดจะมีไอค่อนรูปแบตขึ้นมากระพริบๆที่หน้าจอครับ

สำหรับการตั้งค่า ISO ให้เรากดปุ่มวัดแสงค้างเอาไว้แล้วปรับขึ้นลงตามค่า ISO ฟิล์มที่เราใส่ด้วยปุ่มขึ้นลงฝั่งซ้ายมือ

สำหรับการชาร์ตแบต จะมีสาย usb c เอาไว้ชาร์ตแบตให้เรา เวลาชาร์ตตัวไอค่อนจะมีการวิ่ง และถ้าแบตเต็มเมื่อใหร่ก็จะหยุดนิ่ง หลังชาร์ตเต็มทางบริษัทเคลมว่าสามารถใช้งานได้ต่อเนื่องมากกว่า 20 ช.ม. ส่วนจะจริงหรือไม่จริงเดี่ยวผมขอลองใช้งานก่อนจะมาเขียนเล่าให้อ่านกัน

โดยรวมแล้วเป็นอีกเครื่องวัดแสงที่น่าสนใจ หน้าจอแบบ OLED การใช้วัสดุแบบอลูมิเนียมทำให้ตัวเครื่องสวยและดูดี สำหรับตอนนี้ยังขาดเพียงแค่การนำออกไปใช้งานจริงๆว่าวัดแสงออกมาแล้วคุ้มกับราคาแค่ไหน และปุ่มกดหากเราใช้งานไปนานๆจะทนทานรึเปล่า เอาเป็นว่าเดี่ยวได้ออกไปใช้งานแล้วจะนำภาพมาฝากและเขียนถึงในบล็อกหน้านะครับ

 

Facebook Comments

Load More Related Articles
Load More By IamFox22
Load More In Review

Check Also

วิธีใช้งานที่วัดแสง Keks EM-01 กับกล้องฟิล์ม Hasselblad 500 Series

ใครที่ใชงานกล้องฟิล์ม Hasselblad รุ่นที่มีวัดแสงในตัวก็คงจะสะดวกหน่อย แต่สำหรับรุ่นที่ไม่ม…