Home Review รีวิว SQUARE SQ10 สวย พกพาง่าย ภาพใหญ่ และเลือกภาพที่จะปริ้นได้

รีวิว SQUARE SQ10 สวย พกพาง่าย ภาพใหญ่ และเลือกภาพที่จะปริ้นได้

1 min read
0
0
3,384
SQUARE SQ 10

SQUARE SQ10 เป็นกล้อง Instant Camera ตัวใหม่ล่าสุดที่ฟูจิวางจำหน่าย จริงๆแล้วมันวางจำหน่ายมาได้สักพักละแต่ผมเพิ่งได้มาใช้งาน สำหรับราคาค่าตัวอยู่ที่ 9,990 บาท

SQUARE SQ 10 เป็นกล้องที่น่าสนใจ

SQUARE SQ10

กล้อง SQUARE SQ10 ของฟูจิมีจุดเด่นหลักๆอยู่ 2 อย่าง อย่างแรกก็คือมันเป็นลูกผสมระหว่างกล้อง Instant Camera + กล้อง Digital ถ้าอธิบายให้เข้าใจง่ายขึ้นก็คือเราเลือกได้ว่าจะถ่ายแล้วปริ้นภาพออกมาทันทีหรือจะเก็บภาพไว้เลือกปริ้นทีหลัง ส่วนจุดเด่นข้อที่สองก็คือขนาดของภาพมันเป็นสี่เหลี่ยม

ราคาค่าตัวที่เราจ่ายไป 9,900 บาท เราจะได้ กล้อง , แบตเตอรี่ , เม็มแบบไมโครเอสดี 16 GB , สายคล้องมือ , คู่มือ สาย Usb และฟิลม์ เอาเป็นว่าทั้งกล่องและอุปกรณ์ทีแถมมาดูดีและพร้อมใช้ได้เลย

SQUARE SQ10 จะว่าไปเป็นกล้องที่สวยและก็พกพาได้ง่ายนะ เปรียบเทียบกับเจ้า Leica Sofort ผมว่าขนาดไม่แตกต่างกันเท่าใหร่เลย

กล้อง SQ10 ใช้ CMOS Sensor ขนาด 1/4 นิ้ว ทำให้ถ่ายภาพออกมาที่ 1920 x 1920 พิกเซล (แบบ JPEG เท่านั้น) ในกล้องมีพื้นที่เก็บภาพได้ 50 ภาพ สามารถเพิ่มได้ผ่านการใส่ MicroSD ส่วนแบตเตอรีนั้นสามารถถ่ายรูปได้ 160 รูปในการชาร์จไฟหนึ่งครั้ง (ผ่านพอร์ต MircoUSB) แบตเตอรีใช้แบบ Lithium-ion เหมือนกับวงการมือถือ

ตัวกล้องใช้เลนส์ 28.5 มมแบบฟิกซ์ (เทียบเท่า 35 มม) มีรูรับแสง f/2.4 ส่วนด้านหลังนั้นเป็นจอ LCD ขนาด 3 นิ้ว มีความละเอียดเพียง 460K เท่านั้น ใต้กล้องสามารถใส่ขาตั้งได้

พูดไปแล้วอาจจะมองภาพไม่ออกงั้นเราไปดูตัวเครื่องกันสักหน่อยว่ามีอะไรอยู่ตรงไหนบ้าง

รายละเอียดข้อมูลตัวเครื่อง 

  • Sensor CMOS ขนาด 1/4 นิ้ว ความละเอียด 3.7 Megapixels
  • ทางยาวโฟกัส 28.5 mm.
  • ค่ารูรับแสง F 2.4
  • ระยะโฟกัส 10 cm. ถึงระยะอนันต์
  • ค่า ISO 100 – 1600
  • ค่าความไวชัตเตอร์ 1/2 – 1/29500
  • เลือกเปลี่ยน Filter  10 Filter
  • ใส่ฟิลม์แบบ SQUARE ได้ 10 ภาพ
  • หน่วยความจำในเครื่องเก็บไฟล์ภาพได้สูงสุด 50 ภาพ
  • รองรับการใช้งาน microSD / microSDHC

ปุ่มเปิดปิดจะอยู่ที่วงแหวนสีเงิน (ตรงที่มีปุ่ม Off/On) นั่นเอง ส่วนปุ่มกลมๆเล็กที่เราเห็นในภาพก็คือปุ่มชัตเตอร์ของกล้อง เราสามารถเลือกได้ว่าอยากให้ปุ่มฝั่งไหนเป็นปุ่มชัตเตอร์ตามความถนัดของแต่ละคน

ตัวกล้องมีแฟลชมาให้ แน่นอนกล้องระดับนี้ถ้าตัดส่วนนี้ออกไปมันก็คงจะไม่ใช่ สำหรับแฟลชเราสามารถตั้งค่าได้ทั้งหมด 5 แบบด้วยกัน

  • Auto Flash
  • Forced Flash
  • Suppressed Flash
  • Slow Synchro
  • Red Eye & Slow

ใครอยากจะปรับรายละเอียดส่วนนี้ก็กดปุ่มเมนูด้านหลังเครื่องแล้วก็เลือกได้เลย

ด้านหลังเครืองจะเป็นส่วนการควบคุมการใช้งานและหน้าจอ LCD แสดงผล ที่สำคัญตัวกล้องจะไม่มีช่องมองภาพดังนั้นเวลาถ่ายภาพเราจะใช้งานผ่านหน้าจอ LCD เป็นหลักทั้งหมด ตรงปุ่มควบคุมการใช้งานเราจะกดตรง Menu/Ok แทนการเลือกเข้าสู่เมนูการตั้งค่าและแทนคำสั่ง Ok ตรงวงแหวนข้างๆสามารถหมุนเพื่อใช้งานได้เช่นเดียวกัน

หากมองที่แถบวงกลมนอกสุดจะมีไอค่อนแทนคำสั่งบอกเอาไว้ตรงนี้เราสามารถเลือกใช้งานได้ เช่น ปรับฟิลเตอร์ , ปรับแสง , ทำขอบดำ , เลือกดูภาพที่ถ่ายเก็บไว้ และสั่งปริ้นภาพ

ตัวอย่างฟิลเตอร์ทั้ง 10 แบบที่มีให้เราได้เลือกใช้

เราสามารถปรับค่าความสว่างของภาพและขอบดำ (Vignette) ได้ตามใจชอบ

 

ด้านบนสุดของตัวเครื่องจะเป็นช่องเอาไว้ปริ้นฟิลม์ออกมา ตอนซื้อกล้องในกล่องจะมีแถมฟิลม์มาให้แล้ว หากใครจะซื้อเพิ่มจะตกอยู่ที่กล่องละ 350 บาท เวลาเริ่มใส่ตัวฟิลม์ให้เราเลื่อนแถบที่ล้อกไปด้านข้าง

เปิดออกมาก็หน้าตาแบบในภาพ เราก็นำฟิลม์มาใส่ลงไปได้เลย

เวลาใส่สังเกตุจุดที่เป็นแถบสีเหลืองจะต้องตรงกัน ถ้าตรงกันแสดงว่าเราใส่ได้ถูกต้องและหลังปิดฝาก็จะพร้อมใช้งานได้ทันที หลังใส่ฟิลม์ลงไปครั้งแรกจะมีดันแผ่นโพรเทคฟิลม์ออกมาให้เองนะครับ ใบนั้นก็ทิ้งไปได้เลย

หน้าตาก็จะแบบในภาพ และไม่ต้องตกใจว่ากดไปโดนปุ่มอะไรมันถึงออกมา ให้ทิ้งได้เลย

กล้องรุ่นนี้รองรับการใช้งานกับขาตั้งกล้อง แน่นอนบางครั้งการถ่ายภาพหากใช้ขาตั้งกล้องจะทำให้ภาพออกมาดีกว่า

ด้านซ้ายมือจะเป็นช่องใส่แบตเตอรี่ โดยแบตที่ใช้จะเป็นแบบ Lithium-ion หากเราชาร์ตจนเต็มสามารถถ่ายได้สูงสุด 160 ภาพ ก็ถือว่าเยอะอยู่เหมือนกัน / แต่ถ้าถามว่าถ่ายถึงแบบที่เคลมรึเปล่า ตรงนี้คงยังตอบไม่ได้นะครับเพราะผมเองยังไม่ได้ออกเอาไปถ่ายทริปยาวๆแบบนั้นเลย

ด้านขวาของตัวเครื่องจะเป็นที่ใส่ Micro SD และ ช่องเสียบสาย Usb เพื่อชาร์จแบต

ใครที่อยากจะใส่สายคล้องกล้อง ก็สามารถทำได้และในเครื่องที่ซื้อมาก็มีแถมคล้องมือมาให้ด้วย ก็ดีตรงที่เราไม่ต้องไปซื้อเพิ่มนี่แหละ

ย้อนกลับมาที่ปุ่มด้านข้างของตัวเครื่องอีกนิด จากภาพเราจะเห็นว่ามีเมนู Auto และ Manual ให้เราเลือก หลายคนอาจจะสงสัยว่ามันแตกต่างกันตรงไหนใช่มั้ย คำตอบง่ายมาก หากเราเลือก Auto เวลาถ่ายภาพ ฟิลม์ก็จะถูกปริ้นออกมาทันที อารมณ์ก็คล้ายกล้อง Instant ทั่วไป แต่ถ้าเราเลือกแบบ Manual ภาพที่ถ่ายจะยังไม่ถูกปริ้น ก็คือกดถ่ายได้เรื่อยๆ เราค่อยมาสั่งปริ้นทีหลัง (ลูกเล่นนี้ถูกใจหลายคนแน่นอนเพราะประหยัด)

ไม่ว่าเราจะเลือแบบ Auto หรือ Manual ก็สามารถตั้งค่าเวลาถ่ายภาพได้เหมือนกัน และที่สำคัญภาพที่เราถ่ายเก็บไว้ในเครื่องก่อนสั่งปริ้นเราสามารถแก้ไขภาพได้ด้วยนะ โดยไม่ต้องยึดติดว่าตอนถ่ายก่อนหน้านี้ตั้งค่าไว้แบบไหน

สำหรับโหมดการถ่ายภาพของ SQUARE SQ10 จะมีให้เลือก 3 โหมดด้วยกันก็คือ Standard , Bulb Mode และ Double Exposure ตั้งเวลาถ่ายภาพได้สูงสุด 10 วินาที และถ่ายแบบมาโครได้ใกล้สุดที่ระยะ 10 Cm

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้อง

สำหรับพื้นที่ของภาพเองจะมีขนาดอยู่ที่ 62mm x 62mm (อัตราส่วน 1:1) ส่วนฟิลม์ในรูปแบบปัจจุบันของ Fuji ในส่วนที่เป็นภาพจะมีขนาดอยู่ที่ 46 mm x 62 mm / แต่ถ้ามองดูที่ขนาดของตัวฟิลม์สำหรับ Fuji Instax square films มีขนาด 85.6 mm x 72 mm ส่วนขนาดของตัวฟิลม์แบบปัจจุบันจะอยู่ที่ 54 mm × 86 mm

สรุป  : ไม่มีตรงไหนบอกว่ามันไม่น่าสนใจเลย ลูกเล่นถูกใส่มาครบตามแบบฉบับของฟูจิ วัสดุ ขนาดที่ทำออกมาได้ดี และเรายังเรียกมันว่า Instant Camera ได้เต็มปาก / ใครอยากได้กล้อง Instant Camera ตัวใหม่ควรจะใส่รุ่นนี้ลงไปในลิสต์ควรซื้อด้วย

Facebook Comments

Load More Related Articles
Load More By PixStoryTH
Load More In Review

Check Also

ชอบรึเปล่า instax SQ6 สี AQUA BLUE และ RUBY RED

instax SQ6 ที่ประเทศไทยมีวางจำหน่ายทั้งหมด 3 สี ก็คือ Blush Gold, Graphite Gray และ Pearl …